ต่อมหมวกไต ( Adrenal gland )

ต่อมหมวกไต ( adrenal gland ) :

  • ต่อมหมวกไตตั้งอยู่ที่ด้านบนของไตทั้งสองข้าง จึงเรียกว่าต่อมหมวกไต แต่ละต่อมประกอบด้วยเนื้อเยื่อ 2 ชั้นคือ
    • ต่อมหมวกไตด้านนอกหรืออะดรีนัลคอร์เทกซ์ ( adrenal cortex ) ประกอบด้วยเนื้อเยื่อที่แตกต่าง 3 ชนิด
    • ต่อมหมวกไตด้านในหรืออะดรีนัลเมดัลลา ( adrenal medulla )
      ซึ่งทั้งสองส่วนจะผลิตฮอร์โมนพวกสารสเตอรอยด์ที่ทำหน้าที่ต่างกัน
  • การสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนนอกต้องอาศัยฮอร์โมน ACTH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้ามากระตุ้น
  • ต่อมหมวกไตมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าร่างกายขาดฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ฮอร์โมนในกลุ่มนี้จะ
    ควบคุมเมแทบอลิซึมของ คาร์โบไฮเดรท ไขมันและโปรตีน รักษาระดับสารน้ำในร่างกายและช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับความเครียดต่อ
    เหตุการณ์ต่างๆทั้งในชีวิตประจำวันและยามฉุกเฉิน
ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนนอก
 

ต่อมหมวกไตด้านนอกหรืออะดรีนัลคอร์เทกซ์ (adrenal cortex) สร้างฮอร์โมนที่สำคัญ 3 กลุ่มคือ

  • ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ ( glucocorticoids )
  • ฮอร์โมนมินเนอราโลคอร์ติคอยด์ (mineralocorticoid)
  • ฮอร์โมนเพศ ( sex hormone )
1.ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์
 

ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ ( glucocorticoids ) ฮอร์โมนที่สำคัญในกลุ่มนี้ได้แก่ คอร์ติซอล (cortisol) <<ดูภาพ>>
เป็นฮอร์โมนที่จำเป็น(essential hormone) ที่มีความสำคัญต่อชีวิต ถ้าขาดฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ซึ่งเป็นฮอร์โมนจำเป็นจะมีผลอย่างมากต่อเซลล์ของร่างกาย

อวัยวะเป้าหมาย : เซลล์ตับ

หน้าที่ : เพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด โดยจะกระตุ้นเซลล์ตับให้เปลี่ยนกรดไขมันและกรดอะมิโนบางตัวเป็นกลูโคส
และเก็บสะสมไว้ในรูปของไกลโคเจน แล้วจะเปลี่ยนจากไกลโคเจนให้เป็นกลูโคสเพื่ื่อปล่อยเข้่าสู่กระแสเลือดเมื่อต้องการเพิ่ม
ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดซึ่งเป็นขบวนการที่สำคัญ

ความผิดปกติ : ถ้ามีฮอร์โมนกลุ่มนี้มากเกินไปจะทำให้เกิด โรคคูชชิง ( Cushing’s syndrome) พบในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกของต่อมหมวกไตส่วนนอกหรือได้รับการรักษาด้วยยาหรือฮอร์โมนที่มีคอร์ติโคสเตรอยด์เป็นส่วนผสม
เพื่อป้องกันอาการแพ้ อักเสบติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิงโดยมีความผิดปกติเกี่ยวกับ

  • เมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีนทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้น
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงเนื่องจากมีการสลายโปรตีนและไขมันตามบริเวณแขนขา
  • อ้วน มีไขมันสะสมแกนกลางลำตัว ใบหน้ากลมคล้ายดวงจันทร์ หน้าท้องแตกลาย บริเวณต้นคอมีหนอกยื่นออกมา <<ดูภาพ>>
2.ฮอร์โมนมินเนอราโลคอร์ติคอยด์
 

ฮอร์โมนมินเนอราโลคอร์ติคอยด์ (mineralocorticoid) ฮอร์โมนที่สำคัญในกลุ่มนี้ได้แก่ แอลโดสเตอโรน<<ดูภาพ>>
(aldosterone) ทำหน้าที่ในการควบคุมความสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย

อวัยวะเป้าหมาย : ไต ( ท่อหน่วยไต )

หน้าที่ : ช่วยในการทำงานของไต

  • ในการดูดน้ำและNa+ กลับเข้าสู่ท่อหน่วยไต
  • ขับ K+ ออกจากท่อหน่วยไต
  • ควบคุมความสมดุลของฟอสเฟต

ความผิดปกติ : ถ้าขาด แอลโดสเตอโรน aldosteroneจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและโซเดียมไปพร้อมกับปัสสาวะ ส่งผลให้เลือดในร่างกายลดลงจนอาจทำให้ผู้ป่วยตายเพราะความดันเลือดต่ำ

3.ฮอร์โมนเพศ
 

ฮอร์โมนเพศ ( sex hormone ) ซึ่งสร้างปริมาณเพียงเล็กน้อย เท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับที่สร้างจากอวัยวะเพศดังนั้น

  • ในวัยผู้ใหญ่ เมื่อหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมามากจะไม่พบความผิดปกติ แต่ในวัยเด็ก ถ้าเป็นผู้ชาย จะทำให้เป็นหนุ่มเร็ว
    กว่ากำหนด
  • ส่วนในเพศหญิง เนื่องจากต่อมหมวกไต ส่วนนอกนี้ผลิตแอนโดรเจน (androgen) ถ้ามีการผลิตฮอร์โมนนี้มากซึ่งอาจ
    เกิดจากมีเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต จะทำให้เกิดลักษณะของเพศชายได้ คือมีพฤติกรรมคล้ายผู้ชาย
    มีการสร้างโปรตีนที่ทำให้แขนขาใหญ่ มีหนวดเครา เสียงห้าว ไม่มีประจำเดือน มีขนขึ้นตามตัวและใบหน้า<<ดูภาพ>>

...........ถ้าต่อมหมวกไตด้านนอก ถูกทำลายจะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนทำให้เป็น โรคแอดดิสัน ( Addison’s disease )
ผู้ที่เป็นโรคนี้ร่างกายจะซูบผอม ผิวหนังตกกระ ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของแร่ธาตุได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้

ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนใน
 

ต่อมหมวกไตด้านในหรืออะดรีนัลเมดัลลา ( adrenal medulla ) : ต่อมหมวกไตส่วนในเป็นทั้งต่อมไร้ท่อและเป็นส่วนของประสาทซิมพาเทติก จะทำงานเมื่อเผชิญหน้ากับ ภาวะเครียด ตื่นเต้น ตกใจ กลัว หนีภัย เมื่อเจ็บปวดและออกกำลังกาย สร้างฮอร์โมน 2 ชนิด คือ

  • ฮอร์โมนเอพิเนฟริน ( epinephrine hormone ) หรือ อะดรีนาลิน (adrenalin hormone )
  • ฮอร์โมนนอร์อิพิเนฟริน ( norepinephrine hormone ) หรือ นอร์อะดรีนาลิน (noradrenalin hormone )
1.ฮอร์โมนเอพิเนฟริน
 

แหล่งที่สร้าง : ต่อมหมวกไตด้านในหรืออะดรีนัลเมดัลลา ( adrenal medulla )

อวัยวะเป้าหมาย : ตับ , หลอดเลือดแดงขนาดเล็ก ,หัวใจ

หน้าที่ :

  • เปลี่ยน ไกลโคเจนในตับให้เป็นกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดทำมีระดับกลูโคสเพิ่มขึ้นในกระแสเลือด
    การเผาผลาญอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายมีพลังมากขึ้น
  • กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วขึ้น ทำให้เลือดลำเลียงออกซิเจนและกลูโคสไปให้เซลล์ร่างกายได้มากขึ้น
  • หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่บริเวณอวัยวะภายในต่างๆขยายตัว
  • หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่บริเวณผิวหนังและช่องท้องหดตัว
2.ฮอร์โมนนอร์เอพิเนฟริน
 

แหล่งที่สร้าง : ต่อมหมวกไตด้านในหรืออะดรีนัลเมดัลลา ( adrenal medulla )

อวัยวะเป้าหมาย : ตับ , หลอดเลือดแดงขนาดเล็ก ,หัวใจ

หน้าที่ :

  • เปลี่ยน ไกลโคเจนในตับให้เป็นกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดทำมีระดับกลูโคสเพิ่มขึ้นในกระแสเลือด
    การเผาผลาญอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายมีพลังมากขึ้น
  • กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วขึ้น ทำให้เลือดลำเลียงออกซิเจนและกลูโคสไปให้เซลล์ร่างกายได้มากขึ้น
  • หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่บริเวณอวัยวะภายในต่างๆหดหรือบีบตัว
สรุปการสร้างฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต
 
1. ต่อมหมวกไตส่วนนอก  
ฮอร์โมน
อวัยวะเป้าหมาย
ผลที่เิกิดขึ้น
กลูโคคอร์ติคอยด์ ( คอร์ติซอล) ตับ
  • กระตุ้นตับเปลี่ยนกรดอะมิโนและกรดไขมันให้เป็นไกลโคเจนเก็บไว้
   
  • ควบคุมสมดุลของแร่ธาตุบ้าง
   
  • เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด
    มากกว่าปกติ : เกิดโรคคูชริง ( cushing syndrome )
มิเนราโลคอร์ติคอยด์ (แอลโดสเตอโรน ) ไต
  • ควบคุมการดูดน้ำและโซเดียมเข้าสู่หลอดเลือด
   
  • ขับให้โพแทสเซียมออกจากท่อหน่วยไต
   
  • ควบคุมความสมดุลของฟอสเฟต
ฮอร์โมนเพศ อวัยวะเพศ , ลักษณะทางเพศ ทำให้การเจริญของอวัยวะเพศปกติ
   

มากกว่าปกติ :

  • เป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว
  • มีขนขึ้นตามร่างกาย
  • มีหนวดมีเคราในผู้หญิง
2. ต่อมหมวกไตส่วนใน
ฮอร์โมน
อวัยวะเป้าหมาย
ผลที่เกิดขึ้น
เอพิเนฟฟรินหรืออะดรีนาลีน หัวใจ เต้นเร็วขึ้น , ความดันเลือดสูง
  หลอดเลือดแดงขนาดเล็กของอวัยวะต่างๆ ขยายตัว
  หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่ผิวหนังและช่วงท้อง หดตัว
  ตับ น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น
นอร์เอพิเนฟฟรินหรือนอร์อะดรีนาลีน หัวใจ เต้นเร็วขึ้น , ความดันเลือดสูง
  หลอดเลือดแดงขนาดเล็กของอวัยวะต่างๆ หดตัว
หมายเหตุ : การหลั่งฮอร์โมน 2 ชนิดนี้จะหลั่งมากในสภาวะที่ร่างกายประสบเหตุกาณ์ตื่นเต้นหรือฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ , วิ่งหนีตำรวจ