ต่อมหมวกไตด้านนอกหรืออะดรีนัลคอร์เทกซ์ (adrenal
cortex) สร้างฮอร์โมนที่สำคัญ 3 กลุ่มคือ
- ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ (
glucocorticoids )
- ฮอร์โมนมินเนอราโลคอร์ติคอยด์
(mineralocorticoid)
- ฮอร์โมนเพศ ( sex hormone
)
|
1.ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ |
|
|
ฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ (
glucocorticoids ) ฮอร์โมนที่สำคัญในกลุ่มนี้ได้แก่ คอร์ติซอล
(cortisol) <<ดูภาพ>>
เป็นฮอร์โมนที่จำเป็น(essential hormone) ที่มีความสำคัญต่อชีวิต
ถ้าขาดฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ซึ่งเป็นฮอร์โมนจำเป็นจะมีผลอย่างมากต่อเซลล์ของร่างกาย
|
อวัยวะเป้าหมาย : เซลล์ตับ
|
หน้าที่ :
เพิ่มระดับน้ำตาลในกระแสเลือด โดยจะกระตุ้นเซลล์ตับให้เปลี่ยนกรดไขมันและกรดอะมิโนบางตัวเป็นกลูโคส
และเก็บสะสมไว้ในรูปของไกลโคเจน
แล้วจะเปลี่ยนจากไกลโคเจนให้เป็นกลูโคสเพื่ื่อปล่อยเข้่าสู่กระแสเลือดเมื่อต้องการเพิ่ม
ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดซึ่งเป็นขบวนการที่สำคัญ
|
ความผิดปกติ : ถ้ามีฮอร์โมนกลุ่มนี้มากเกินไปจะทำให้เกิด
โรคคูชชิง ( Cushings syndrome)
พบในผู้ป่วยที่มีเนื้องอกของต่อมหมวกไตส่วนนอกหรือได้รับการรักษาด้วยยาหรือฮอร์โมนที่มีคอร์ติโคสเตรอยด์เป็นส่วนผสม
เพื่อป้องกันอาการแพ้ อักเสบติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เกิดขึ้นได้ทั้งชายและหญิงโดยมีความผิดปกติเกี่ยวกับ
- เมแทบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต ไขมันและโปรตีนทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงขึ้น
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงเนื่องจากมีการสลายโปรตีนและไขมันตามบริเวณแขนขา
- อ้วน มีไขมันสะสมแกนกลางลำตัว ใบหน้ากลมคล้ายดวงจันทร์
หน้าท้องแตกลาย บริเวณต้นคอมีหนอกยื่นออกมา
<<ดูภาพ>>
|
| 2.ฮอร์โมนมินเนอราโลคอร์ติคอยด์ |
|
|
ฮอร์โมนมินเนอราโลคอร์ติคอยด์
(mineralocorticoid) ฮอร์โมนที่สำคัญในกลุ่มนี้ได้แก่
แอลโดสเตอโรน <<ดูภาพ>>
(aldosterone) ทำหน้าที่ในการควบคุมความสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย
|
อวัยวะเป้าหมาย : ไต ( ท่อหน่วยไต
)
|
หน้าที่ : ช่วยในการทำงานของไต
- ในการดูดน้ำและNa+ กลับเข้าสู่ท่อหน่วยไต
- ขับ K+ ออกจากท่อหน่วยไต
- ควบคุมความสมดุลของฟอสเฟต
|
ความผิดปกติ : ถ้าขาด
แอลโดสเตอโรน aldosteroneจะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและโซเดียมไปพร้อมกับปัสสาวะ
ส่งผลให้เลือดในร่างกายลดลงจนอาจทำให้ผู้ป่วยตายเพราะความดันเลือดต่ำ
|
|
ฮอร์โมนเพศ ( sex hormone )
ซึ่งสร้างปริมาณเพียงเล็กน้อย เท่านั้นเมื่อเปรียบเทียบกับที่สร้างจากอวัยวะเพศดังนั้น
- ในวัยผู้ใหญ่ เมื่อหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมามากจะไม่พบความผิดปกติ
แต่ในวัยเด็ก ถ้าเป็นผู้ชาย จะทำให้เป็นหนุ่มเร็ว
กว่ากำหนด
- ส่วนในเพศหญิง เนื่องจากต่อมหมวกไต ส่วนนอกนี้ผลิตแอนโดรเจน
(androgen) ถ้ามีการผลิตฮอร์โมนนี้มากซึ่งอาจ
เกิดจากมีเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต จะทำให้เกิดลักษณะของเพศชายได้
คือมีพฤติกรรมคล้ายผู้ชาย
มีการสร้างโปรตีนที่ทำให้แขนขาใหญ่ มีหนวดเครา เสียงห้าว
ไม่มีประจำเดือน มีขนขึ้นตามตัวและใบหน้า <<ดูภาพ>>
|
...........ถ้าต่อมหมวกไตด้านนอก
ถูกทำลายจะไม่สามารถสร้างฮอร์โมนทำให้เป็น โรคแอดดิสัน
( Addisons disease )
ผู้ที่เป็นโรคนี้ร่างกายจะซูบผอม ผิวหนังตกกระ ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลของแร่ธาตุได้
ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้
|
ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตส่วนใน |
|
|
ต่อมหมวกไตด้านในหรืออะดรีนัลเมดัลลา
( adrenal medulla ) : ต่อมหมวกไตส่วนในเป็นทั้งต่อมไร้ท่อและเป็นส่วนของประสาทซิมพาเทติก
จะทำงานเมื่อเผชิญหน้ากับ ภาวะเครียด
ตื่นเต้น ตกใจ กลัว หนีภัย เมื่อเจ็บปวดและออกกำลังกาย
สร้างฮอร์โมน 2 ชนิด คือ
- ฮอร์โมนเอพิเนฟริน ( epinephrine
hormone ) หรือ อะดรีนาลิน (adrenalin hormone )
- ฮอร์โมนนอร์อิพิเนฟริน ( norepinephrine
hormone ) หรือ นอร์อะดรีนาลิน (noradrenalin hormone )
|
|
แหล่งที่สร้าง : ต่อมหมวกไตด้านในหรืออะดรีนัลเมดัลลา
( adrenal medulla )
|
อวัยวะเป้าหมาย :
ตับ , หลอดเลือดแดงขนาดเล็ก ,หัวใจ |
หน้าที่ :
- เปลี่ยน ไกลโคเจนในตับให้เป็นกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดทำมีระดับกลูโคสเพิ่มขึ้นในกระแสเลือด
การเผาผลาญอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายมีพลังมากขึ้น
- กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วขึ้น ทำให้เลือดลำเลียงออกซิเจนและกลูโคสไปให้เซลล์ร่างกายได้มากขึ้น
- หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่บริเวณอวัยวะภายในต่างๆขยายตัว
- หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่บริเวณผิวหนังและช่องท้องหดตัว
|
|
แหล่งที่สร้าง : ต่อมหมวกไตด้านในหรืออะดรีนัลเมดัลลา
( adrenal medulla )
|
อวัยวะเป้าหมาย :
ตับ , หลอดเลือดแดงขนาดเล็ก ,หัวใจ |
หน้าที่ :
- เปลี่ยน ไกลโคเจนในตับให้เป็นกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดทำมีระดับกลูโคสเพิ่มขึ้นในกระแสเลือด
การเผาผลาญอาหารเพิ่มมากขึ้น ทำให้ร่างกายมีพลังมากขึ้น
- กระตุ้นให้หัวใจบีบตัวแรงและเร็วขึ้น ทำให้เลือดลำเลียงออกซิเจนและกลูโคสไปให้เซลล์ร่างกายได้มากขึ้น
- หลอดเลือดแดงขนาดเล็กที่บริเวณอวัยวะภายในต่างๆหดหรือบีบตัว
|