การเคลื่อนที่ของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว

              แผนการเรียนรู้ที่ 1 ( 4คาบ )

                  ประกอบด้วย

              • การเคลื่อนที่ของอะมีบา ( 2คาบ )

              • การเคลื่อนที่ของพารามีเซี่ยมและยูกลีนา ( 2คาบ )


                  จุดประสงค์การเรียนรู้   

               

  1. สามารถบอกโครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของอะมีบา พารามีเซี่ยมและยูกลีนาได้

  2. สามารถบอกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของอะมีบา พารามีเซี่ยมและยูกลีนาได้

  3. สามารถอธิบายกลไกที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของอะมีบา พารามีเซี่ยมและยูกลีนาได้

        การเคลื่อนที่ของพารามีเซี่ยมและยูกลีนา  

       

            

     

         ทดสอบก่อนเรียนเรื่องการเคลื่อนที่ของพารามีเซี่ยมและยูกลีนา << คลิ๊กเลย >> !!!

  

      พารามีเซี่ยมและยูกลีนาเคลื่อนที่ได้อย่างไร

  

         
        ให้นักเรียนศึกษาจากภาพที่1 และ ภาพที่2 เกี่ยวกับโครงสร้าง
        ที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของ
        พารามีเซี่ยมและยูกลีนา

      คำแนะนำ!! จากภาพที่1 และ ภาพที่2ให้สังเกต

          • โครงสร้างที่ใช้ในเคลื่อนที่
          • จำนวนและขนาดของโครงสร้างที่ใช้ในเคลื่อนที่

       

    ถาพที่1 ภาพจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนแสดง
                 ซีเลียจำนวนมากของพารามีเซี่ยม  
     
                    http://sunflowercosmos.org

    ภาพที่2 ภาพจากกล้องจุลทรรศน์แสดงแฟลเจลลัม
                 ของยูกลีนา
                 
    http://www.biologie.uni-erlangen.

                                   
                          จากการศึกษาภาพที่1 และ ภาพที่2นักเรียนคงทราบแล้วว่า
    สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวคือพารามีเซี่ยมและยูกลีนาได้พัฒนาโครงสร้างเพื่อใช้ในการเคลื่อนที่่ขึ้นมา
    โดยเฉพาะคือ ซีเลีย และ แฟลเจลลัมตามลำดับโดยจะพบซีเลียเป็นจำนวนมากแต่แฟลเจลลัม
    โดยทั่วไปจะพบเพียง1 - 2 เส้นเป็นส่วนใหญ่

  

 

          ทราบแล้วว่าพารามีเซี่ยมและยูกลีนาใช้โครงสร้างใดในการเคลื่อนที่

         ซีเลียและแฟลเจลลัมมีโครงสร้างเหมือนกันอย่างไร


           ให้นักเรียนศึกษาจากภาพที่3 และ ภาพที่4 เกี่ยวกับ
            โครงสร้างภายในซีเลีย และ แฟลเจลลัม

    คำแนะนำ จากภาพที่ 3 ให้นักเรียนพิจารณาโครงสร้างภายในที่สำคัญของซีเลียหรือ
    แฟลเจลลัมแล้วบอกหน้าที่ีและความสำคัญของโครงสร้างเหล่านั้นคือ

    • ไดนีนอาร์ม ( dynien arm )
    • ไมโครทูบูล( micro tubule ) : ให้พิจารณาความแตกต่างของการจัดเรียงตัวของ
      กลุ่มไมโครทูบูล 2 บริเวณคือ
      • บริเวณส่วนโคนที่เรียกว่าเบซัลบอดี ( basal body )ซึ่งฝังตัวอยู่ภายในเซลล์.
        ใกล้กับเยื่อหุ้มเซลล์
      • บริเวณส่วนปลายของที่ยื่นยาวออกจากตัวเซลล์ 
    • พิจารณา ระหัสการจัดเรียงตัวของกลุ่มไมโครทูบูล  9 + 0 และ 9 +  2  หมายถึงอะไร
      และพบบริเวณใดของซีเลียหรือแฟลเจลลัม
  • เสริมความรู้  :  ไมโครทูบูลมีลักษณะเป็นหลอดมีโปรตีนทูบูลินเป็นหน่วยประกอบย่อย
                                              << คลิ๊กดูภาพ>>    

                   

                                ภาพที่ 3 ภาพวาดแสดงโครงสร้างภายในบริเวณส่วนโคนและ
                                            ส่วนปลายของแฟลเจลลัมหรือซีเลีย
                                                     
                                                                          http://bio1903.nicerweb.com

      คำแนะนำ จากภาพที่ 4 เป็นภาพเคลื่อนไหวแสดง

    • โครงสร้างภายในของแฟลเจลลัมและซีเลียที่ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญคือไมโครทูบูล และไดนีนอาร์ม
    • การทำงานของไดนีนอาร์มที่ทำให้เกิดของโค้งงอของไมโครทูบูลที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของ
       แฟลเจลลัมหรือซีเลียจำเป็นต้องใช้ ATP

     

         

        ภาพที่ 4 ภาพเคลื่อนไหวแสดงการเคลื่อนไหวของแฟลเจลลัมหรือซีเลีย
         http://www.northland.cc.mn.us/biology/biology1111/animations/flagellum.html

         

    จากกการศึกษาภาคตัดขวางของแฟลเจลลัมและซีเลียภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนพบว่าโครงสร้าง
    ดังกล่าวค้ำจุนด้วยไมโครทูบูลเรียงตัวเป็นวง 9 กลุ่มๆละ 2 หลอดตรงแกนกลางมี 2 หลอดไมโครทูบูล
    ดังกล่าวถูกล้อมรอบด้วยเยื่อหุ้มเซลล์ ระหว่างไมโครทูบูลที่เรียงเป็นวง จะมีโปรตีนที่เรียกว่า ไดนีน( dynein)
    เป็นเสมือนแขนที่เกาะกับไมโครทูบูล เรียกไดนีนอาร์ม (  dynein arm ) ทำให้แฟลเจลลัมหรือซีเลีย
    โค้งงอและพัดโบกได้ซึ่งต้องอาศัยพลังงานจาก ATP

  

 

  นักเรียนคงทราบแล้วว่าซีเลียและแฟลเจลลัมมีโครงสร้างภายในเหมือนกันอย่างไร


      ซีเลียและแฟลเจลลัมมีลักษณะต่างกันอย่างไร

                                
                                 ให้นักเรียนพิจารณาจากภาพที่ 1และภาพที่ 2 ด้านบนนักเรียนบอกได้หรือไม่ว่า
                                จำนวนและขนาดของซีเลียกับแฟลเจลลัมเท่ากันหรือไม่

    ซีเลียและแฟลเจลลัมเคลื่อนไหวได้อย่างไร

     
     ไดนีนอาร์ม
ซึ่งประกอบด้วยโปรตีนไดนีนทำหน้าที่เสมือนแขนยึดเกาะไมโครทูบูลซึ่งเป็นโครงสร้างหลักแต่ละกลุ่ม
เข้าด้วยกันทำให้แฟลเจลลัมโค้งงอและพัดโบกได้นอกจากนี้บริเวณโคนของแฟลเจลลัมและซีเลียยังยึดกับโครงสร้าง
ภายในเซลล์ที่ที่เรียกว่า เบซัลบอดีหรือไคนีโทโซมและจากการทดลองพบว่าถ้าตัดเบซัลบอดีออกจะทำให้ซีเลียและ
แฟลเจลลัมไม่สามารถเคลื่อนไหวได้แสดงว่าเบซัลบอดีเป็นโครงสร้างส่วนสำคัญที่สุดที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของ
 ซีเลียและแฟลเจลลัม

   

   มาดูลักษณะการเคลื่อนไหวของซีเลียและแฟลเจลลัมกันเถอะ !!!

    ภาพที่5 ภาพการเคลื่อนไหวของซีเลีย
     http://www.encyclopedia.com/doc/1E1-parameci.

    ภาพที่6 ภาพการเคลื่อนไหวของแฟลเจลลัม
     http://www.biologie.uni-hamburg.de/b-online

ภาพที่7 ภาพการเคลื่อนที่ของพารามีเซี่ยมโดยใช้ซีเลีย
   http://www.youtube.com

ภาพที่8 ภาพการเคลื่อนที่ของยูกลีนาโดยใช้แฟลเจลลัม
   http://www.youtube.com

  

 

         นักเรียนคงทราบแล้วว่ามีปัจจัยใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่

         และกลไกการเคลื่อนที่โดยใช้ซีเลียและแฟลเจลลัมเกิดได้อย่างไร

                   ช่วยคิดและตอบในใบงานให้หน่อยนะ !!!

 

                 สรุป    


1.โครงสร้างหลักที่ใช้ในการเคลื่อนที่พารามีเซียมและยูกลีนา :

  • พารามีเซียมใช้ซีเลีย
  • ยูกลีนาใช้แฟลเจลลัม

2. ปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนที่ของพารามีเซียมและยูกลีนา :

  • ไมโครทูบูล ( microtubule ) : ประกอบด้วยโปรตีนทูบูลิน เป็นโครงสร้างแกนหลักของซีเลีย
  • ไดนีนอาร์ม ( dymein arm ) : ประกอบด้วยโปรตีนไดนีนเป็นโครงสร้างคล้ายแขนยึดกลุ่ม
    ไมโครทูบูลไว้ด้วยกัน
  • เบซัลบอดี ( basal body ) หรือ ไคนีโตโซม ( kinetosome ) : เป็นส่วนโคนฐานของซีเลียที่ฝัง
    อยู่ในตัวเซลล์ซึ่งบังคับให้ซีเลียเคลื่อนไหว

3. กลไกที่ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ของพารามีเซียมและยูกลีนา :

  • เบซัลบอดี ( basal body ) หรือ ไคนีโตโซม ( kinetosome ) ได้รับ ATP
  • ไดนีนอาร์มเกิดการเคลื่อนไหวบิดตัวทำให้ไมโครทูบลูเคลื่อนไหวตาม
  • เกิดการโบกสะบัดของซีเลียทำให้พารามีเซียมเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการ

            

 

  ทดสอบหลังเรียนเรื่องการเคลื่อนที่ของพารามีเซี่ยมและยูกลีนา << คลิ๊กเลย >> !!!